ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ขายของออนไลน์ เสียภาษีจากยอดขายเต็ม หรือยอดที่เข้าบัญชี?

เสื้อ 1,000 บาท เข้าบัญชี 965 แต่รายได้ที่ต้องแจ้งคือ 1,040 — อธิบายให้เข้าใจว่ายอดไหนคือรายได้ทางภาษี และค่าคอมแพลตฟอร์มอยู่ตรงไหน

ACCOUNTIZER Teamอัปเดตล่าสุด

นี่คือความเข้าใจผิดที่เราเจอบ่อยในกลุ่มคนขายของออนไลน์ และเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนแจ้งรายได้ต่ำกว่าความจริงโดยไม่ได้ตั้งใจ

ตัวอย่างที่เข้าใจง่ายที่สุด


สมมติคุณขายเสื้อตัวหนึ่ง

รายการ

จำนวน

ราคาสินค้า

1,000 บาท

ค่าจัดส่งที่ลูกค้าจ่าย

40 บาท

ลูกค้าจ่ายทั้งหมด

1,040 บาท

หัก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและอื่นๆ

75 บาท

เงินเข้าบัญชีคุณจริง

965 บาท


คำถามคือ — รายได้ทางภาษีของคุณคือ 1,040 หรือ 965?

คำตอบคือ 1,040 บาท (กรณีคุณเป็นผู้เรียกเก็บค่าส่งเอง)

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น


หลักคิดง่ายๆ คือ ทางบัญชีและภาษีมองว่า

รายได้ = สิ่งที่ลูกค้าจ่ายให้คุณทั้งหมดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม = ค่าใช้จ่ายอีกบรรทัดหนึ่ง ไม่ใช่การเอามาหักกันแล้วรายงานเฉพาะยอดสุทธิ

การรายงานเฉพาะยอด 965 บาท จะทำให้:

  • รายได้ของคุณต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งอาจกระทบการนับเกณฑ์ VAT 1.8 ล้าน (ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มคือ "มูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขาย" ตามมาตรา 79 ไม่ใช่ยอดหลังหักค่าธรรมเนียม)
  • ค่าใช้จ่ายหายไป เพราะค่าธรรมเนียม 75 บาทที่คุณจ่ายจริง กลายเป็นไม่ได้บันทึก พูดอีกอย่างคือ การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้คุณเสียภาษีน้อยลงเสมอไป แต่ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกับข้อมูลที่ฝั่งอื่นมี ซึ่งอันตรายกว่า

จุดที่อันตรายที่สุด: เกณฑ์ VAT


ลองคิดดู ถ้าปีนี้ยอดขายเต็มของคุณคือ 1,900,000 บาท แต่หลังหักค่าคอมแล้วเงินเข้าบัญชีจริง 1,750,000 บาท

  • ถ้าดูจากยอดเงินเข้าบัญชี → คุณคิดว่ายังไม่ถึง 1.8 ล้าน ยังไม่ต้องจด VAT
  • แต่ตามหลักการนับ → คุณเกินเกณฑ์ไปแล้ว และเมื่อแพลตฟอร์มมีหน้าที่ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ข้อมูลที่ส่งคือยอดขายที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชีคุณ

    การมองข้ามส่วนต่างนี้ อาจทำให้จด VAT ช้ากว่าที่กฎหมายกำหนด และต้องเสีย VAT ย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

แล้วค่าคอมแพลตฟอร์มหายไปไหน


ไม่ได้หายไปไหน — ถ้าคุณหักค่าใช้จ่ายตามจริง (หรือเป็นนิติบุคคล) มันคือค่าใช้จ่ายที่หักได้ แต่ต้องบันทึกให้ถูกที่

ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มมักเรียกเก็บ ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Commission Fee)
  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee)
  • ค่าธรรมเนียมบริการ (Service Fee)
  • ค่าโปรแกรมส่งเสริมการขายต่างๆ ข้อควรรู้: ค่าธรรมเนียมธุรกรรมมักคิดจากยอดที่ลูกค้าจ่ายทั้งหมด ซึ่งรวมค่าจัดส่งด้วย ไม่ใช่คิดจากราคาสินค้าอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องทำทุกเดือน: กระทบยอด


งานที่ป้องกันปัญหานี้ได้ดีที่สุดคือการ "กระทบยอด" (Reconciliation) — คือการเทียบว่า

  • ยอดขายที่ระบบแพลตฟอร์มแจ้ง
  • หัก ค่าธรรมเนียมทุกประเภท
  • หัก ส่วนลดที่แพลตฟอร์มร่วมออก
  • บวก เงินที่ถูกกันไว้แล้วปล่อยคืน
  • = ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีคุณจริง

    ถ้าตัวเลขไม่ตรง แปลว่ามีอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้บันทึก

    งานนี้ฟังดูน่าเบื่อ แต่เป็นงานที่ทำให้ตัวเลขของคุณตรงกับตัวเลขที่กรมสรรพากรมี ซึ่งคือหัวใจของการไม่ถูกประเมินย้อนหลัง

เช็กลิสต์สำหรับคนขายหลายแพลตฟอร์ม

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงหลักเกณฑ์ ณ ตุลาคม 2569 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย การพิจารณาที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี


ไม่เคยกระทบยอดกับแพลตฟอร์มเลย?เราทำให้ทุกเดือน — เทียบยอดขายที่ระบบแจ้ง กับเงินที่โอนเข้าบัญชีจริง แล้วบอกคุณว่าตอนนี้ห่างจากเส้น VAT เท่าไหร่ — คุยกับ CPA ฟรี 30 นาที · LINE: @accountizer

คำถามที่พบบ่อย

ค่าส่งที่ลูกค้าจ่าย ถือเป็นรายได้เราด้วยเหรอ
โดยทั่วไปหากคุณเป็นผู้เรียกเก็บและเป็นผู้จ่ายค่าขนส่งต่อ ค่าส่งส่วนนั้นจะเข้ามาอยู่ในรายได้ และค่าขนส่งที่จ่ายจริงจะเป็นค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ขึ้นกับรูปแบบการขายและข้อตกลง ควรตรวจสอบเป็นรายกรณี
สินค้าที่ลูกค้าตีกลับ ทำยังไง
ต้องบันทึกเป็นรายการรับคืน ไม่ใช่แค่ไม่บันทึกรายการขายตั้งแต่แรก เพราะข้อมูลฝั่งแพลตฟอร์มมีทั้งการขายและการคืน
ถ้าที่ผ่านมาบันทึกเป็นยอดสุทธิมาตลอด ต้องแก้ยังไง
ควรให้ CPA ดูย้อนหลังว่ากระทบตัวเลขมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องเกณฑ์ VAT แล้ววางแผนแก้ไข ซึ่งการเข้าไปจัดการเองก่อนถูกตรวจพบย่อมดีกว่า
ขายของออนไลน์ เสียภาษีจากยอดขายเต็ม หรือยอดที่เข้าบัญชี? | ACCOUNTIZER