ข้ามไปเนื้อหาหลัก
กลับไปบทความ

ได้ของฟรีมารีวิว ต้องเสียภาษีไหม? คำตอบที่อินฟลูเอนเซอร์ควรรู้

สินค้าที่แบรนด์ส่งมาให้รีวิว ทริปฟรี ที่พักฟรี ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ อธิบายตามมาตรา 39 พร้อมจุดที่ยังเป็นสีเทา

ACCOUNTIZER Team


คำถามนี้ทำให้อินฟลูเอนเซอร์หลายคนตกใจตอนได้ยินครั้งแรก เพราะความรู้สึกทั่วไปคือ "ก็ไม่ได้เงินสักบาท จะเสียภาษีได้ยังไง"

แต่คำตอบตามกฎหมายอาจไม่ตรงกับความรู้สึกนั้น

กฎหมายว่ายังไง


ประมวลรัษฎากร มาตรา 39 นิยามคำว่า "เงินได้พึงประเมิน" ไว้ว่าหมายความรวมถึง

"ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน"

ประโยคนี้คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด

"เงินได้" ในทางภาษีไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเงินสด — ถ้าคุณได้รับสิ่งที่มีมูลค่าคำนวณเป็นเงินได้ โดยหลักการมันคือเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณ

ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงเข้าข่ายพิจารณา:

  • สินค้าที่แบรนด์ส่งมาให้รีวิว
  • ทริปท่องเที่ยวที่แบรนด์พาไป
  • ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน บัตรเข้างาน
  • บริการฟรี เช่น คอร์สเรียน ทรีตเมนต์ความงาม

แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ไม่เคยยื่น


เพราะโครงสร้างของมันทำให้ "ไม่รู้สึก" ว่าเป็นรายได้

  1. ไม่มีเงินโอนเข้าบัญชี — ไม่มีร่องรอยในสมุดบัญชีของคุณ
  2. ไม่มีใบ 50 ทวิ — ไม่มีใครหักภาษี ณ ที่จ่าย
  3. รู้สึกเหมือนของขวัญ — โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ไม่ได้บังคับให้โพสต์ แต่จุดที่หลายคนมองข้ามคือ ฝั่งแบรนด์มีหลักฐาน — เพราะแบรนด์ที่ส่งของให้คุณ มักบันทึกของนั้นเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายในบัญชีของเขา ซึ่งหมายความว่ามีเอกสารอยู่อีกฝั่งหนึ่งเสมอ

จุดที่ยังเป็นสีเทา (และควรปรึกษาเป็นรายกรณี)


เรื่องนี้ไม่ได้ขาวดำทั้งหมด มีประเด็นที่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบ

1. มีข้อผูกพันให้ต้องโพสต์หรือไม่ ถ้ามีสัญญาหรือข้อตกลงว่าได้ของแลกกับการรีวิว ลักษณะจะใกล้เคียงกับค่าตอบแทนชัดเจน แต่ถ้าแบรนด์ส่งมาให้เฉยๆ โดยไม่มีเงื่อนไข การพิจารณาอาจต่างออกไป

2. ตีมูลค่าที่ราคาใด ราคาป้าย ราคาขายจริง หรือราคาทุนของแบรนด์? ประเด็นนี้ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป และควรหารือกับผู้ทำบัญชี

3. ของที่ต้องส่งคืน สินค้าที่ยืมมาถ่ายแล้วส่งคืน ต่างจากของที่ให้ขาด

4. มูลค่าเล็กน้อยระดับของชำร่วย ต่างจากสินค้ามูลค่าสูงหรือทริปต่างประเทศ

สรุปแนวปฏิบัติที่ปลอดภัย: ยิ่งมูลค่าสูง และยิ่งมีข้อผูกพันชัดเจน ยิ่งควรบันทึกและปรึกษาผู้ทำบัญชี

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้


1. ทำทะเบียนของที่ได้รับ ทำไฟล์เดียว บันทึกทุกครั้งที่ได้ของ: วันที่ / แบรนด์ / สิ่งที่ได้ / มูลค่าโดยประมาณ / มีเงื่อนไขต้องโพสต์หรือไม่

ใช้เวลาไม่ถึงนาทีต่อครั้ง แต่ช่วยได้มหาศาลตอนสิ้นปี

2. เก็บหลักฐานการติดต่อ อีเมลหรือแชทที่ระบุว่าแบรนด์ส่งอะไรมา ภายใต้เงื่อนไขอะไร

3. อย่าเดาเอง เพราะมูลค่ารวมทั้งปีของอินฟลูเอนเซอร์ที่รับของบ่อย อาจสูงกว่าที่คิดมาก และเป็นฐานภาษีที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว

ทำไมเรื่องนี้กำลังสำคัญขึ้นเรื่อยๆ


เพราะปัจจุบันกรมสรรพากรมีข้อมูลจากหลายทางมากขึ้น ทั้งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินจากสถาบันการเงิน และข้อมูลจากแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อฝั่งแบรนด์บันทึกค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย และฝั่งอินฟลูเอนเซอร์ไม่มีรายการใดเลย ความไม่สอดคล้องนั้นเห็นได้


ปีนี้ได้ของมารีวิวไปเยอะ แต่ไม่เคยบันทึกเลย?เราช่วยประเมินได้ว่ามูลค่ารวมของคุณอยู่ระดับไหน และควรจัดการยังไงให้ถูกต้องโดยไม่จ่ายเกินจำเป็น — คุยกับผู้สอบบัญชีฟรี 30 นาทีLINE: @accountizer

คำถามที่พบบ่อย

ได้ของมาแล้วไม่ได้โพสต์เลย ต้องเสียไหม
เป็นกรณีที่ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบ ทั้งเรื่องข้อผูกพัน มูลค่า และเจตนาของผู้ให้ ควรปรึกษาเป็นรายกรณี
ได้ของมูลค่าไม่กี่ร้อยบาท ต้องบันทึกไหม
ในทางปฏิบัติ ของมูลค่าเล็กน้อยมักไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่การสร้างนิสัยบันทึกไว้ทั้งหมดจะปลอดภัยกว่า เพราะเมื่อรวมทั้งปีอาจไม่เล็กอย่างที่คิด
ถ้ายื่นรวมของฟรีเข้าไป ต้องจ่ายภาษีเพิ่มเยอะไหม
ขึ้นกับว่าเงินได้ของคุณจัดเป็นประเภทไหน และหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรคำนวณให้เห็นตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ
ได้ของฟรีมารีวิว ต้องเสียภาษีไหม? คำตอบที่อินฟลูเอนเซอร์ควรรู้ | ACCOUNTIZER