ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ค่าคอม Affiliate เป็นเงินได้ 40(2) หรือ 40(8)? คำตอบที่คนปักตะกร้าต้องรู้

ค่าคอมจาก TikTok Shopee Lazada เป็นเงินได้ 40(2) หรือ 40(8)? ส่วนต่างภาษีถึงหลักแสน — ดูหลักที่สรรพากรใช้ตัดสินจริง พร้อมตารางเทียบภาษีที่รายได้ 5 แสน 1 ล้าน 2 ล้าน

ACCOUNTIZER Teamอัปเดตล่าสุด

ถ้าคุณเคยลองค้นหาคำตอบเรื่องนี้ใน Google คุณจะเจอสิ่งที่น่าหงุดหงิดมาก — บางเว็บบอกว่าเป็น 40(2) บางเว็บบอกว่าเป็น 40(8) และทั้งสองฝั่งก็ดูน่าเชื่อถือพอๆ กัน ทั้งธนาคาร ทั้งสำนักงานบัญชี ทั้งสื่อการเงิน

ปัญหาคือความต่างระหว่างสองประเภทนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก มันหมายถึงเงินหลักแสนบาทที่คุณจะได้หักหรือไม่ได้หัก

บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมถึงตอบไม่เหมือนกัน และหลักที่ใช้ตัดสินจริงๆ คืออะไร

ต่างกันแค่ไหน? ดูจากตัวเลข


สมมติปีนี้คุณมีรายได้จากค่าคอมมิชชัน 1,000,000 บาท

เงินได้ 40(2)

เงินได้ 40(8)

หักค่าใช้จ่าย

50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

หักเหมา 60% หรือหักตามจริง

เหลือเป็นเงินได้

900,000 บาท

400,000 บาท

ต้องยื่นแบบ

ภ.ง.ด.90 (ปีละครั้ง)

ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) + ภ.ง.ด.90


ถ้าเข้าเงื่อนไขหักเหมา 60% ฐานภาษีจะต่างกันได้ถึง 500,000 บาท จากรายได้ก้อนเดียวกัน (ถ้าหักเหมาไม่ได้ ตัวเลขจะขึ้นกับค่าใช้จ่ายจริงที่มีเอกสาร) — นี่คือเหตุผลที่คำถามนี้สำคัญ

คิดเป็นภาษีจริงเท่าไหร่

ลองคิดต่อให้จบ โดยหักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท แล้วคิดตามอัตราภาษีขั้นบันได (150,000 บาทแรกยกเว้น · 5% · 10% · 15% · 20% · 25% …) — ตัวเลขด้านล่างยังไม่รวมลดหย่อนอื่น ประกันสังคม และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว

รายได้ค่าคอมต่อปี

ภาษีถ้าเป็น 40(2)

ภาษีถ้าเป็น 40(8) หักเหมา 60%

ต่างกัน

500,000

11,500

0

11,500

1,000,000

83,000

11,500

71,500

2,000,000

325,000

63,500

261,500

วิธีคิดแถว 1,000,000: ฝั่ง 40(2) เหลือเงินได้ 900,000 หักลดหย่อน 60,000 = เงินได้สุทธิ 840,000 → ภาษี 83,000 บาท · ฝั่ง 40(8) เหลือ 400,000 หักลดหย่อน 60,000 = 340,000 → ภาษี 11,500 บาท · ยิ่งรายได้สูง ส่วนต่างยิ่งถ่างเพราะเพดาน 100,000 ของ 40(2) ไม่โตตามรายได้ (ลองใส่ตัวเลขของคุณในเครื่องคำนวณภาษีเปรียบเทียบ)

หมายเหตุสำคัญ การหักเหมา 60% ของเงินได้ 40(8) ใช้ได้เฉพาะกิจการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา (ดูตารางการหักค่าใช้จ่ายของกรมสรรพากร) ไม่ใช่ทุกอาชีพจะหักเหมาได้ ถ้าไม่เข้าข่ายต้องหักตามจริงและต้องมีเอกสารครบ

ทำไมแต่ละเว็บถึงตอบไม่เหมือนกัน


เพราะทั้งสองฝั่งต่างก็มีเหตุผล

ฝ่ายที่บอกว่าเป็น 40(2) มองว่าค่าคอมมิชชันคือ "ค่านายหน้า" ซึ่งเป็นตัวอย่างที่กฎหมายระบุไว้ในเงินได้ประเภทที่ 2 ตามมาตรา 40(2) ตรงตัว

ฝ่ายที่บอกว่าเป็น 40(8) มองว่าถ้าคุณทำเป็นธุรกิจ มีต้นทุน มีการลงทุน มีทีมงาน มันคือการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่แค่การรับทำงานให้

และความจริงคือ — ทั้งสองฝ่ายถูก แต่ถูกคนละสถานการณ์

หลักที่ใช้ตัดสินจริง: ไม่ได้ดูจากชื่อ


จุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคือคิดว่า "ถ้าเรียกว่าค่าคอมมิชชัน ก็ต้องเป็น 40(2)"

แต่ในทางปฏิบัติ กรมสรรพากรไม่ได้ดูจากชื่อที่เรียก แต่ดูจากลักษณะของสิ่งที่คุณทำจริง ว่าเข้าข่าย:

  • "การรับทำงานให้" → มีแนวโน้มเป็น 40(2)
  • "การประกอบธุรกิจ" → มีแนวโน้มเป็น 40(8) ปัจจัยที่นำมาพิจารณาประกอบ เช่น
  1. คุณมีลูกจ้างหรือทีมงานไหม — ถ้าจ้างคนช่วยไลฟ์ ช่วยตัดต่อ ช่วยตอบลูกค้า จะเอนไปทาง 40(8)
  2. คุณมีต้นทุนและการลงทุนมากแค่ไหน — ซื้อสินค้ามารีวิวเอง ยิงแอดเอง เช่าสตูดิโอ ซื้ออุปกรณ์ไลฟ์ ก็เอนไปทาง 40(8)
  3. ทำเป็นกิจจะลักษณะหรือทำเป็นครั้งคราว — ทำทุกวัน มีระบบ มีแผน ต่างจากรับงานนานๆ ครั้ง
  4. มีสถานประกอบการหรือไม่

เส้นแบ่งที่ใช้ได้จริงที่สุด


ถ้าจะให้จำง่ายๆ หลักที่ใช้กันในทางปฏิบัติคือ

รับค่าจ้างหรือค่าคอมจากคนอื่นอย่างเดียว → เอนไปทาง 40(2)ขายของของตัวเอง หรือทำเป็นธุรกิจมีต้นทุน → เอนไปทาง 40(8) ปัญหาคือ นักปักตะกร้าอยู่ตรงกลางพอดี — คุณไม่ได้ขายของตัวเอง แต่คุณก็ลงทุนซื้อของมารีวิว ยิงแอด และจ้างคนช่วย นี่คือเหตุผลที่เรื่องนี้ถึงเถียงกันไม่จบ และเป็นเหตุผลที่ควรให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ดูเคสของคุณเป็นรายบุคคล แทนที่จะเชื่อคำตอบสำเร็จรูปจากอินเทอร์เน็ต

สิ่งที่คุณควรทำตั้งแต่วันนี้


ไม่ว่าสุดท้ายเคสของคุณจะเป็นประเภทไหน มี 4 อย่างที่ทำได้เลย

1. แยกบัญชีธนาคารธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว เพราะถ้าถูกเรียกตรวจ ภาระพิสูจน์อยู่ที่คุณ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่

2. เก็บใบ 50 ทวิ ให้ครบทุกใบ ทุกใบที่หายไป คือเครดิตภาษีที่อาจใช้ไม่ได้ จนกว่าจะขอเอกสารใหม่จากผู้จ่ายเงิน

3. เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ค่าแอด ค่าสินค้าที่ซื้อมารีวิว ค่าจ้างทีมงาน ค่าอุปกรณ์ — แม้จะยังไม่รู้ว่าจะได้หักหรือเปล่า ก็เก็บไว้ก่อน เพราะถ้าไม่มีเอกสารเลย จะหักไม่ได้แน่นอน

4. อย่าลืม ภ.ง.ด.94 ถ้าเคสของคุณเป็นเงินได้ประเภท 40(5)–(8) และครึ่งปีแรกมีเงินได้เกิน 60,000 บาท (สมรส 120,000 บาท) คุณต้องยื่นแบบครึ่งปีในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน (มาตรา 56 ทวิ) ซึ่งเป็นข้อที่คนพลาดกันบ่อย

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงหลักเกณฑ์ ณ ตุลาคม 2569 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย การพิจารณาที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี


ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณเป็นประเภทไหน?ทักมาเล่าให้เราฟังได้เลยว่ารับงานยังไง มีต้นทุนอะไรบ้าง เราจะดูให้และอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงแนะนำแบบนั้น — คุยกับ CPA ฟรี 30 นาที ไม่ผูกมัด · LINE: @accountizer

คำถามที่พบบ่อย

ยื่นผิดประเภทไปแล้วหลายปี ทำยังไงดี
โดยทั่วไปการเข้าไปยื่นเพิ่มเติมหรือแก้ไขก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียก จะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าการปล่อยไว้มาก เพราะเงินเพิ่มเดินทุกเดือนในอัตรา 1.5% ต่อเดือน (สูงสุดไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ) สิ่งแรกที่ควรทำคือคำนวณให้รู้ตัวเลขจริงก่อน แล้วค่อยวางแผนว่าจะจัดการยังไง
แพลตฟอร์มหักภาษีไปแล้ว ยังต้องยื่นอีกไหม
ต้องยื่น การถูกหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่การเสียภาษีเสร็จสิ้น เป็นเพียงการจ่ายภาษีล่วงหน้า ตอนสิ้นปีคุณยังต้องนำรายได้ทั้งหมดมารวมคำนวณ แล้วนำยอดที่ถูกหักไปแล้วมาเครดิต ซึ่งอาจได้คืนหรือต้องจ่ายเพิ่มก็ได้
รายได้จาก affiliate ปีละไม่กี่พันบาท ต้องยื่นไหม
คนโสดที่มีเงินได้ประเภทอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน เกิน 60,000 บาทต่อปี ต้องยื่นแบบ แม้คำนวณแล้วอาจไม่ต้องเสียภาษีก็ตาม (กรณีสมรสใช้เกณฑ์ 120,000 บาท)
ค่าคอม Affiliate เป็นเงินได้ 40(2) หรือ 40(8)? คำตอบที่คนปักตะกร้าต้องรู้ | ACCOUNTIZER