ประกันสังคมขึ้นเพดานปี 2569 เจ้าของกิจการต้องรู้อะไรบ้าง
ถ้าคุณจ่ายเงินเดือนพนักงานเอง เดือนมกราคม 2569 มีตัวเลขหนึ่งที่เปลี่ยนไป และถ้าไม่แก้ในระบบเงินเดือน ยอดที่หักพนักงานกับยอดที่นำส่งประกันสังคมจะไม่ตรงกัน บทความนี้สรุปให้ครบใน 5 นาที ว่าเปลี่ยนอะไร ใครกระทบ ต้นทุนขึ้นเท่าไหร่ และต้องทำอะไรบ้าง
อัตราเงินสมทบไม่ได้ขึ้น ยังเป็น 5% เท่าเดิม
สิ่งที่ขึ้นคือ เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ จากเดิม 15,000 บาท เป็น 17,500 บาทต่อเดือน
ผลคือ ยอดหักสูงสุดต่อคน ขยับจาก 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน
"เพดาน" คืออะไร ทำไมต้องสนใจ
ประกันสังคมไม่ได้หัก 5% จากเงินเดือนจริงเสมอไป แต่หัก 5% จากค่าจ้าง "เท่าที่ไม่เกินเพดาน"
พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้พนักงานเงินเดือน 50,000 หรือ 200,000 บาท ระบบก็จะมองว่าเงินเดือนเขาเท่ากับเพดาน แล้วคิด 5% จากตรงนั้น
- เพดานเดิม 15,000 บาท → 5% = 750 บาท
- เพดานใหม่ 17,500 บาท → 5% = 875 บาท
เพราะเพดานเป็นตัวเลขตายตัวที่ตั้งไว้ในโปรแกรมเงินเดือน ถ้าไม่ไปแก้ ระบบก็จะคำนวณด้วยเพดานเก่าต่อไปโดยไม่มีอะไรเตือน นี่คือความเสี่ยงหลักของการเปลี่ยนแปลงรอบนี้
ใครโดนเพิ่ม โดนเท่าไหร่
ไม่ใช่ทุกคนที่ถูกหักเพิ่ม 125 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเงินเดือนอยู่ตรงไหน
เงินเดือนพนักงาน | หักเดิม | หักปี 2569 | ต่างกัน |
|---|---|---|---|
12,000 บาท | 600 บาท | 600 บาท | ไม่เปลี่ยน |
15,000 บาท | 750 บาท | 750 บาท | ไม่เปลี่ยน |
16,000 บาท | 750 บาท | 800 บาท | +50 บาท |
17,500 บาท | 750 บาท | 875 บาท | +125 บาท |
60,000 บาท | 750 บาท | 875 บาท | +125 บาท |
หลักจำง่าย ๆ:
- เงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท — ไม่กระทบเลย เพราะยังไม่เคยชนเพดานอยู่แล้ว
- เงินเดือน 15,001 – 17,499 บาท — เคยชนเพดานเก่า แต่ยังไม่ชนเพดานใหม่ จึงหักเพิ่มบางส่วน
- เงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป — หักเต็มที่ 875 บาท เพิ่มขึ้น 125 บาท
ต้นทุนฝั่งนายจ้างเพิ่มด้วย
จุดที่หลายคนลืมคือ นายจ้างสมทบในอัตราเดียวกับลูกจ้าง เพดานขึ้น ต้นทุนฝั่งบริษัทก็ขึ้นตาม
- ต่อพนักงาน 1 คนที่เงินเดือนถึงเพดาน: เพิ่ม 125 บาท/เดือน หรือ 1,500 บาท/ปี
- ทีม 20 คนที่เงินเดือนเกิน 17,500 บาททุกคน: เพิ่ม 30,000 บาท/ปี
- ทีม 50 คน: เพิ่ม 75,000 บาท/ปี
ตัวเลขนี้ควรใส่ในงบประมาณค่าใช้จ่ายพนักงานปี 2569 ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่ไปเจอตอนปิดงบ
เงินที่จ่ายเพิ่ม ไม่ได้หายไปไหน
เพดานที่ขึ้นมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่ปรับขึ้นทุกรายการ เพราะเงินทดแทนหลายตัวคำนวณเป็น % ของฐานค่าจ้าง เมื่อฐานขยับ เงินที่ได้รับก็ขยับตาม
สิทธิที่ได้รับ | ปี 2569 | เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|
เจ็บป่วย (ชดเชยการขาดรายได้) | 8,750 บาท/เดือน | +1,250 บาท |
ทุพพลภาพ | 8,750 บาท/เดือน | +1,250 บาท |
ว่างงาน กรณีลาออกเอง (30% ไม่เกิน 90 วัน) | สูงสุด 15,750 บาท | +2,250 บาท |
ว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้าง (60% ไม่เกิน 180 วัน) | สูงสุด 63,000 บาท | +18,000 บาท |
หยุดงานเพื่อคลอดบุตร | 26,250 บาท/ครั้ง | +3,750 บาท |
เสียชีวิต (ส่งสมทบ 36–119 งวด) | 35,000 บาท | +5,000 บาท |
เสียชีวิต (ส่งสมทบ 120 งวดขึ้นไป) | 105,000 บาท | +15,000 บาท |
เงินออมชราภาพที่สะสมให้ | 1,050 บาท/เดือน | +150 บาท |
วิธีอธิบายให้พนักงานเข้าใจ: จ่ายเพิ่มปีละไม่เกิน 1,500 บาท แต่ถ้าวันหนึ่งถูกเลิกจ้าง เงินชดเชยว่างงานที่ได้รับเพิ่มขึ้นถึง 18,000 บาท และเงินออมชราภาพที่สะสมไว้ให้ก็เพิ่มปีละ 1,800 บาท
การสื่อสารตรงนี้สำคัญ เพราะพนักงานเห็นสลิปเดือนมกราคมแล้วยอดโอนเข้าน้อยลง ถ้าไม่มีใครอธิบาย คำถามจะวิ่งเข้าฝ่ายบุคคลทั้งเดือน
รู้ล่วงหน้า เพดานจะขึ้นอีก 2 รอบ
การปรับครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย มีตารางวางไว้แล้ว วางแผนงบประมาณระยะยาวได้เลย
ช่วงปี | เพดานค่าจ้าง | หักสูงสุด/เดือน |
|---|---|---|
2569 – 2571 | 17,500 บาท | 875 บาท |
2572 – 2574 | 20,000 บาท | 1,000 บาท |
2575 เป็นต้นไป | 23,000 บาท | 1,150 บาท |
ทุกครั้งที่เพดานขยับ สิทธิประโยชน์จะถูกปรับขึ้นตามเช่นเดิม
เรื่องภาษีที่ได้เพิ่มมาด้วย
เงินสมทบประกันสังคมใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามที่จ่ายจริง เมื่อยอดที่จ่ายสูงขึ้น ค่าลดหย่อนก็สูงขึ้นตาม
- เดิม: สูงสุด 9,000 บาทต่อปี
- ปี 2569: สูงสุด 10,500 บาทต่อปี
อย่าลืมอัปเดตตัวเลขนี้ในการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงานด้วย ไม่งั้นจะหักภาษีเกินไปทั้งปี แล้วต้องไปคืนกันตอนสิ้นปี
เช็กลิสต์ก่อนปิดงวดเงินเดือนมกราคม
- เข้าไปแก้เพดานฐานค่าจ้างในโปรแกรมเงินเดือน จาก 15,000 เป็น 17,500 บาท
- ทดลองคำนวณกับพนักงานที่เงินเดือนอยู่ระหว่าง 15,000 – 17,500 บาท เพื่อเช็กว่าสูตรถูกต้อง
- แจ้งพนักงานล่วงหน้าก่อนออกสลิป ว่ายอดหักเพิ่มสูงสุด 125 บาท พร้อมบอกว่าได้อะไรกลับมา
- ปรับงบประมาณต้นทุนพนักงานฝั่งนายจ้าง เพิ่มสูงสุด 1,500 บาทต่อคนต่อปี
- อัปเดตค่าลดหย่อนประกันสังคมในการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ยื่นแบบและนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามปกติ
บทความนี้สรุปเพื่อให้เข้าใจภาพรวม ตัวเลขและเงื่อนไขอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติม แนะนำตรวจสอบกับประกาศของสำนักงานประกันสังคมหรือปรึกษาผู้ทำบัญชีของกิจการก่อนนำไปใช้